![]() |
| ภาพจากหนังเรื่อง Limitless (2011) นำแสดงโดย Bradley Cooper ที่เค้ากินยาชนิดนึงเข้าไปและทำให้สมองทำงานได้เต็มที่ 100% |
ถ้าเกิดวันนี้สมองเราจำทุกอย่างได้หมด จะดีแค่ไหน? จำได้หมดทุกหนังสือที่เราเคยอ่าน ทุกเลคเชอร์ที่เราเคยเรียน ทุกสิ่งที่เราอยากจะเข้าใจเหมือนในหนังเรื่อง Limitless (2011) ทีพระเอกระเบิดพลังสมองเต็มร้อยเปอร์เซ็น เรียนรู้และจำทุกอย่างได้หมดเลยภายในระยะเวลาสั้นๆ
ตั้งแต่เด็กๆ เราเคยได้ยินหลายคนพูดว่า "อย่าเรียนหนังสือแบบท่องจำ แต่ต้องเรียนด้วยความเข้าใจ" การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆด้วยความจำจึงเป็นเหมือนสิ่งที่ผิดและไม่มีประสิทธิภาพ ทั้งๆที่จริงๆแล้วเราอาจจะเข้าใจเรื่องๆนึง แต่ถ้านึกไม่ออกหรือจำไม่ได้ ก็เอาความรู้นั้นมาใช้ต่อลำบาก เหมือนคำกล่าวที่ว่า "understanding does not create use, unless you remember it" แสดงว่าความจำกับความเข้าใจมันควรจะเกิดขึ้นพร้อมๆกัน
ความทรงจำ "memory" เป็นสิ่งที่ทำให้เราเป็นเราทุกวันนี้เลย มันกำหนดคุณภาพการตัดสินใจ รวมถึงคุณภาพชีวิตของเรา
สมองเราเป็นเหมือนคอมพิวเตอร์ที่มีความซับซ้อนที่สุดในโลก และสองทักษะที่สมองเราทุกคนสามารถทำได้คือเรียนรู้และจดจำ (learn and memorize) โดย Learning คือกระบวนการที่สมองเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ส่วน Memory คือความสามารถในการกักเก็บข้อมูลนั้นในสมองของเรา แต่ปัญหาที่คนทั่วไปเจอคือเรียนมาแล้วก็ลืม สมองไม่สามารถเรียกความรู้ที่เราเคยเรียนไปแล้วกลับมาใช้ได้เลย
ค่า pi ในทางคณิตศาสตร์ที่มีค่าประมาณ ~3.1415926... มีทศนิยมที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ไม่ซ้ำกันเลย ซึ่งเป็นเรื่องยากมากถ้าวันนี้จะหาคนที่จะจำทศนิยมค่า pi ได้เป็นหมื่นหลัก?
รายการ The Everest of Memory Tests จัดการแข่งขันความจำโดยให้ผู้เข้าแข่งขันจำตัวเลขทศนิยมของ pi ถึง 10,000 digits โดยแบ่งตัวเลขนี้ออกเป็น 5 ชุด ชุดละ 2,000 digits และผู้เข้าแข่งขันต้องเอ่ยตัวเลขทั้ง 5 ชุดนี้จากหน้าไปหลัง และจากหลังไปหน้า เป็นความท้าทายที่มนุษย์ทั่วไปน้อยคนจะทำได้
คนแรกที่เคยทำได้คือ Philip Bond (UK) ทำสถิติไว้ที่ 53 นาที ในปี 1994 ถัดมาคือ Kevin Horsley ทุบสถิติของ Bond ด้วยเวลา 39 นาที ในปี 1999 ถัดจากนั้นก็มี Jan Harms (Germany) และ Mats Bergsten (Sweden) ในปี 2007 และ 2008 ด้วยเวลา 20 นาที 30 วินาที และ 17 นาที 39 วินาที ตามลำดับ
คนแรกที่เคยทำได้คือ Philip Bond (UK) ทำสถิติไว้ที่ 53 นาที ในปี 1994 ถัดมาคือ Kevin Horsley ทุบสถิติของ Bond ด้วยเวลา 39 นาที ในปี 1999 ถัดจากนั้นก็มี Jan Harms (Germany) และ Mats Bergsten (Sweden) ในปี 2007 และ 2008 ด้วยเวลา 20 นาที 30 วินาที และ 17 นาที 39 วินาที ตามลำดับ

